<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<mods xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance" xmlns="http://www.loc.gov/mods/v3" version="3.1" xsi:schemaLocation="http://www.loc.gov/mods/v3 http://www.loc.gov/standards/mods/v3/mods-3-1.xsd">
  <titleInfo>
    <title>ความลับชะลอวัย =</title>
    <subTitle>Secrets of Anti-Aging</subTitle>
  </titleInfo>
  <name type="personal">
    <namePart>Wellness Hub</namePart>
    <role>
      <roleTerm authority="marcrelator" type="text">creator</roleTerm>
    </role>
  </name>
  <typeOfResource>text</typeOfResource>
  <originInfo>
    <place>
      <placeTerm type="code" authority="marccountry">TH</placeTerm>
    </place>
    <place>
      <placeTerm type="text">กรุงเทพฯ</placeTerm>
    </place>
    <publisher>ซีเอ็ดยูเคชั่น</publisher>
    <dateIssued>2565</dateIssued>
    <issuance>monographic</issuance>
  </originInfo>
  <language>
    <languageTerm authority="iso639-2b" type="code">tha</languageTerm>
  </language>
  <physicalDescription>
    <form authority="marcform">print</form>
    <extent>241 หน้า : ภาพประกอบ</extent>
  </physicalDescription>
  <abstract>ภาพรวมของหนังสือเล่มนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้อ่านทุกท่าน ก่อนที่จะเริ่มเข้าไปเรียนรู้ผ่านแต่ละบท ผู้เขียนขอสรุปภาพรวมกว้างๆ ของแต่ละบทก่อนว่าเกี่ยวกับอะไร เพื่อให้เห็นภาพกว้างๆ ก่อนที่จะเริ่มอ่าน เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ (Anti-Aging and Regenerative Medicine) ศาสตร์ทางด้านการแพทย์แขนงนึงที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากใน 10 กว่าปีที่ผ่านมา เพราะการให้ความสำคัญกับการป้องกันเป็นหลัก การรักษาเป็นรอง โดยพยายามค้นหาวิธีว่าจะทำยังไงให้ร่างกายสุขภาพสมบูรณ์สูงสุด ก็เลยกลายเป็นการชะลอความแก่ชราไปในตัว ทฤษฎีความชราในอดีต (Aging Theory in The Past) ตั้งแต่เริ่มมีการเข้าไปศึกษาเรื่องร่างกายมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์มีการตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับความแก่ชราตั้งแต่ในอดีตไว้มากมาย เป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดการศึกษาวิจัยมาจนถึงในปัจจุบัน ทำให้ได้เห็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการดูแลสุขภาพระดับเซลล์ ทฤษฎีความชราในปัจจุบัน (Aging Theory in The Present) เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้และเทคโนโลยีต่างๆ ได้ทำให้ทฤษฎีความชราทั้งหมดที่มีตั้งแต่ในอดีตตกผลึกทางความคิดและสรุปออกมาเป็นทฤษฎีความชราที่มีในปัจจุบัน เป็นการต่อยอดทางความรู้และสรุปออกมาให้เห็นว่าเพราะอะไรร่างกายถึงเสื่อมชรา ปัจจัยที่เหนือกว่าพันธุกรรม (Epigenetic) สิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ คือ พันธุกรรมที่ได้รับมาจากพ่อแม่ แต่ปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้และมีผลเหนือกว่าพันธุกรรม คือส่ิงที่ต้องลงรายละเอียดศึกษาว่ามีอะไรบ้าง ตรงนี้คือส่วนที่สำคัญมากในการมีสุขภาพสมบูรณ์สูงสุด ปัจจัยที่เร่งการแก่ชรา (Aging Force) จากปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ทั้งหมด สรุปออกมาเป็นปัจจัยที่มีผลเร่งทำให้การแก่ชราเร็วขึ้น ยิ่งมีปัจจัยเหล่านี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเร่งทำให้แก่ชราเร็วขึ้น ปัจจัยที่ยับยั้งการแก่ชรา (Anti-Aging Force) จากปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ทั้งหมด สรุปออกมาเป็นปัจจัยที่มีผลยับยั้งทำให้การแก่ชราช้าลง ยิ่งมีปัจจัยเหล่านี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งยับยั้งทำให้แก่ชราช้าลง ใช้ชีวิตยังไงให้ชะลอวัย (How to Anti-Aging) จากแนวคิด ทฤษฎี และสมมติฐานที่ไล่เรียงมาตั้งแต่ต้น นถึงปัจจัย 2 ด้าน ที่เราสามารถควบคุมได้ คือ ปัจจัยที่เร่งและปัจจัยที่ยับยั้งความเสื่อมชรา สรุปออกมาเป็นวิธีการที่ให้ ผู้อ่านสามารถเอาไปทำตามได้เลยในแต่ละวัน เพื่อให้มีสุขภาพสมบูรณ์สูงสุด เป็นการป้องกันโรคและชะลอความแก่ชราไปโดยปริยาย </abstract>
  <subject>
    <topic>สุขภาพ--ความงาม</topic>
  </subject>
  <identifier type="isbn"> 5522840160676 </identifier>
  <identifier type="uri">https://se-ed.belibcloud.com/book-detail/18466</identifier>
  <location>
    <url displayLabel="se-ed e-library">https://se-ed.belibcloud.com/book-detail/18466</url>
  </location>
  <recordInfo>
    <recordContentSource authority="marcorg">TH-BaNU</recordContentSource>
    <recordCreationDate encoding="marc">230405</recordCreationDate>
    <recordChangeDate encoding="iso8601">20230405142633.0</recordChangeDate>
  </recordInfo>
</mods>
