| 000 | 07733nam a22002897a 4500 | ||
|---|---|---|---|
| 003 | TH-BaNU | ||
| 005 | 20230125092818.0 | ||
| 008 | 230112b2564 th ||||| |||| 00| 0 tha d | ||
| 040 | _aTH-BaNU | ||
| 050 |
_aวพ TE280 _bก233น 2564 |
||
| 100 | _aกฤตกานต์ วงศ์สง่า | ||
| 245 |
_aแนวทางการพัฒนาทางเท้าที่เหมาะสมกับชุมชนเมือง : _bกรณีศึกษาในพื้นที่เขตดุสิต = SUGGESTION FOR DEVELOPMENT OF SIDEWALKS SUITABLE FOR URBAN COMMUNITIES : A CASE STUDY IN DUSIT DISTRICT |
||
| 260 |
_aกรุงเทพฯ : _bมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช, _c2564. |
||
| 300 |
_a71 หน้า : _bภาพประกอบ, ตาราง. |
||
| 490 | _aวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาและจัดการเมือง | ||
| 502 |
_aวิทยานิพนธ์นีเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญา _bวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาและจัดการเมือง _cวิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช _dปีการศึกษา 2564 |
||
| 520 | _aทางเท้าของคนเมืองนับว่ามีความสำคัญ ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็ว และจะช่วยลดการใช้รถยนต์ได้เป็นจำนวนมาก หากทางเท้ามีความเหมาะสมและเอื้อต่อการใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันของประชาชน จึงได้มีการศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาสภาพทางกายภาพของทางเท้าด้านความสะดวกความสะอาด ความปลอดภัย และด้านสิ่งแวดล้อมภูมิทัศน์ของทางเท้า การศึกษาการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ขั้นตอนในการสำรวจข้อมูลด้วยวิธีการงเกตการณ์และการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามแบบเลือกตอบ จำนวน 400 ชุด เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานศึกษาปัจจัยความต้องการและความคิดเห็นของผู้ใช้ทางเท้า ผลจากการสำรวจในพื้นที่กรณีศึกษาพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการปรับปรุง ได้แก่ (1) ความปลอดภัยในการเดินบนทางเท้า โดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านปัญหาพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า โดยคิดเป็น 85.05 เปอร์เซ็นต์ (2) ปรับปรุงด้านสิ่งแวดล้อมความสะอาดน่ามอง โดยให้ความสำคัญในด้านการรักษาความสะอาดน่ามองของทางเดินเท้า โดยคิดเป็น 83.4 เปอร์เซ็นต์ (3) ปรับปรุงด้านความสะดวกสบายในการเดิน โดยให้ความสำคัญด้านสภาพพื้นผิวของทางเท้าบริเวณที่ใช้ในการเดินทางเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยคิดเป็น 82.8 เปอร์เซ็นต์ ผลจากการวิเคราะห์การปรับปรุงทางเท้าทั้งระบบ โดยให้มีมาตรฐานที่มีความกว้างของทางเดินเท้าที่เพียงพอ ไม่มีสิ่งกีดขวางให้มีความสะดวกในการเดินและพื้นผิวทางเท้าที่ต้องมีสภาพเหมาะสมกับการใช้งาน และสามารถใช้งานได้ดีกับประชาชนทุกวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้พิการต้องอาศัยหลักการออกแบบ (Universal Design) คือ เพิ่มขนาดความกว้างของทางเดินเท้า เพื่อให้เกิดระยะห่างที่มีสัดส่วนของทางเท้าให้มากขึ้นระหว่างเวลาเดินสวนทางกัน โดยเฉพาะบริเวณที่มีประชาชนใช้พื้นที่ทางเท้าในการสัญจรหนาแน่น โดยเฉพาะในการดูแลบริเวณพื้นผิวทางเท้าไม่ให้มีเศษขยะมูลฝอยมูลสัตว์ จัดให้มีการวางถังขยะอยู่ในบริเณที่เหมาะสมและสะดวกในการเก็บทิ้ง และต้องการปรับปรุงสภาพทางกายภาพของทางเท้าที่มีสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่นมีสิ่งปกคลุมเพื่อป้องกันแสงแดด หรือฝนตกได้บางส่วน และให้มีการปลูกต้นไม้โดยเฉพาะไม้ประดับที่มีขนาดไม่โตเกินไปและมีดอกไม้ที่มีสีสันสวยงามเพื่อเพิ่มทัศนียภาพที่ดีในบริเวณทางเท้า | ||
| 650 | _aทางเท้า | ||
| 650 | _aความสะดวก | ||
| 650 | _aความปลอดภัย | ||
| 650 | _aสิ่งแวดล้อมของทางเท้า | ||
| 830 | _aวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาและจัดการเมือง | ||
| 850 | _aKCNL | ||
| 856 |
_uhttps://drive.google.com/file/d/1mX3ZjEtzGxGHFR770nSm3coiyMAfnMEE/view?usp=sharing _yDownload (สำหรับนักศึกษาและบุคลากรของ NMU โปรดใช้เมล์@nmu.ac.th ในการDownload) |
||
| 942 |
_2lcc _cNMU-THS |
||
| 998 | _cthita | ||
| 999 |
_c37364 _d37364 |
||